“จุรินทร์” ย้ำต้องเดินหน้าประกันรายได้ข้าวเพื่อช่วยชาวนา ส่วน”มัน-ยาง-ปาล์ม-ข้าวโพด”ราคาดีเกินรายได้ประกันทุกตัว

“จุรินทร์” ย้ำต้องเดินหน้าประกันรายได้ข้าวเพื่อช่วยชาวนา ส่วน”มัน-ยาง-ปาล์ม-ข้าวโพด”ราคาดีเกินรายได้ประกันทุกตัว

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายธนิตศักดิ์ ดารามั่น ว่าที่ผู้สมัคร สก. เขตลาดพร้าว
ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมโครงการ Mobile พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 13 (สินค้าผัก) ที่หมู่บ้านสวนผึ้ง ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

นายจุรินทร์ กล่าวว่า

นโยบายประกันรายได้เกษตรกรยังเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรที่จะต้องเดินหน้าต่อไปและบัดนี้กลายเป็นนโยบายรัฐบาลแล้ว ไม่ใช่เฉพาะนโยบายประชาธิปัตย์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นเพราะเป็นเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ซึ่งปีที่ 3 จะเดินหน้าต่อไป ขณะนี้พืชเกษตรที่ประกันรายได้ 5 ตัวคือ ข้าว มัน ยาง ปาล์มและข้าวโพด โดยหลายตัวไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพราะราคาดีสูงกว่ารายได้ที่ประกัน
การพูดว่าพืชเกษตรตกทุกตัวนั้นไม่จริง หลายตัวดีมาก เช่น ยางก้อนถ้วยประกันที่กิโลกรัมละ 23 บาท แต่ตอนนี้ขึ้นเป็น 25-26 บาท และปาล์มน้ำมัน ราคาล่าสุดกิโลกรัมละ 8.30-9.10 บาท จากที่ประกันรายได้กิโลกรัมละ 4 บาท มันสำปะหลัง ราคาวันนี้ 2.55-2.75 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งประกันรายได้ที่ 2.50 บาท สำหรับข้าวโพด ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท ตอนนี้ 9.60 บาทแล้ว ราคาสูงทุกตัวยกเว้นข้าว แต่ข้าว
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ หลายคนฟังต่อๆกันมา จนเข้าใจว่าช่วงนี้ราคาข้าวตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ไม่จริงก่อนหน้านี้ก็ราคาตกกว่าราคาปัจจุบันหลายช่วง ราคาช่วงเวลานี้กระเตื้องขึ้นแล้ว เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น15% เกวียนละ 7,600-8,000 ข้าวหอมมะลิ ความชื้น 15% ราคา 10,300-10,500 บาทต่อตัน แต่เราอยากให้ราคาสูงกว่านี้ เพราะปีก่อนไปถึง 15,000-16,000 บาทต่อตัน ซึ่งเกินรายได้ที่ประกัน ชาวบ้านก็บ่นว่าราคาสูงเกินไม่ได้รับส่วนต่าง

“เราจะทำทั้ง 2 เรื่อง คือ 1.ทำราคาให้ดีที่สุด 2.ถ้าราคาต่ำกว่ารายได้ที่ประกันก็จะจ่ายเงินส่วนต่าง อย่างไรก็ตาม จะเดินหน้าประกันรายได้ต่อไปเพราะสามารถช่วยเกษตรกรได้เฉลี่ย 8,000,000 ครัวเรือน และผลไม้ พืชเกษตรตัวอื่น จะใช้มาตรการเชิงรุกล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วออกมาตรการ เช่น ผลไม้ก็เคาะ 17 มาตรการเรียบร้อยแล้ว ปีหน้าปฏิบัติได้เลย จะช่วยดึงราคาตั้งแต่ต้น” นายจุรินทร์ กล่าว​ ขอบคุณภาพข่าว สำนักงานพาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *