วันนี้ (16 กรกฎาคม 2563) เวลา 12.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2563) เวลา 12.30 น. นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการแถลงข่าว เรื่องสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 87 ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดโดยมี นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายโสภณ เจริญพร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด นายกฤษฎา มะลิซ้อน ขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด นายศฎายุช ไชยะลาด จ่าจังหวัดร้อยเอ็ด และผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมแถลงข่าว

จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 (ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 16 กรกฎาคม 2563) จำนวน 372 ราย ไม่มีผู้เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อรายใหม่ พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 สะสม จำนวน 3 ราย (รักษาหายทั้ง 3 ราย) ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 369 ราย การค้นหาเชิงรุกผู้ต้องขังแรกรับในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด (ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม 2563) ยอดสะสมจำนวน 259 ราย ส่งตรวจรายใหม่ 3 ราย ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 จำนวน 256 ราย รอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ 3 ราย
สถานการณ์ทั่วโลกใน 211 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ (ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม ถึง 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.30 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม จำนวน 13,691,672 ราย (มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 234,320 ราย เป็นวันที่มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด เป็นครั้งที่2 รองจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 (ติดเชื้อ 237,237 ราย) นับตั้งแต่มีการเกิดระบาดของโรคโควิด-19ขึ้น) มีผู้เสียชีวิตสะสม 581,221 ราย (มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5,755 ราย) ประเทศที่มีผู้ป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 3,616,747 ราย เสียชีวิต 140,140 ราย รองลงมา คือ บราซิล 1,970,909ราย เสียชีวิต 75,523 ราย และ อินเดีย 970,169 ราย เสียชีวิต 24,929 ราย
สถานการณ์ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2563) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม จำนวน 3,236 ราย มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย และ มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ในลำดับที่ 100 ของโลก
ตามประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 9) มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ได้ให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ สามารถเปิดดำเนินการตามกำหนดเวลาทำการปกติของสถานที่นั้นๆ แต่ไม่เกินเวลา 22.00 น. ส่วนร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดดำเนินการตามกำหนดเวลาทำการปกติของสถานที่นั้น โดยได้กำหนดให้มีมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมหลัก ดังนี้

  1. ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ รวมทั้งห้องสุขาและให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
  2. ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา 3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ
  3. ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกัน และเว้นระยะห่างในการเลือกสินค้าและชำระสินค้าอย่างน้อย 1 เมตร
  4. ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัดและรวมกลุ่มกัน หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
  5. สถานที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์ มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการที่คล้ายคลึงกัน ในขั้นต้นให้เปิดได้ โดยอาจนำกลับไปบริโภคที่อื่น แต่หากเปิดให้ใช้บริการในสถานที่นั้นก็สามารถทำได้ โดยจัดระเบียบการใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
  6. ให้เจ้าของสถานที่ หรือผู้เช่าสถานที่ หรือผู้ประกอบกิจการ หรือผู้จัดกิจกรรม ลงทะเบียนและยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด
  7. ให้มีการควบคุมทางเข้าออก ลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่ และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทนได้
    ขอเชิญชวนชาวร้อยเอ็ดร่วมใจ ใช้ชีวิตวิถีใหม่ ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19
    “อยู่ห่างไว้ ใส่แมสกัน หมั่นล้างมือ ถือหลักรักสะอาด ปราศจากแออัด เคร่งครัดไทยชนะ” ขอบคุณ​ภาพ​/ข่าวป.อ๊อฟ​ครับ​

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *